<<กลับหน้าแรก
การผลิตน้ำมันงา ของชาวบ้านปางหมู กับกรรมวิธีการผลิตที่น่าทึ่ง


   หมู่บ้านปางหมู เป็นหมู่บ้านดั้งเดิมของชุนชนชาวแม่ฮ่องสอน อยู่ห่างจากตัวอำเภอเมืองขึ้นทางทิศเหนือ ประมาณ 6 กิโลเมตร ชาวบ้านส่วนใหญ่มีอาชีพเกษตรกรรม โดยเฉพาะการปลูกถั่วเหลือง งา และการผลิตถั่วเน่าแค็บซึ่งถือว่าเป็นเครื่องปรุงที่ขาดไม่ได้ในการปรุงอาหารแบบไทยใหญ่
   ผลิตภัณฑ์ที่โดดเด่น ของหมู่บ้านนี้คือ น้ำมันงา โดยเฉพาะการผลิตโดยกรรมวิธีที่น่าทึ่ง ในปัจจุบันอาจจะหาดูได้ยากในชุมชนอื่นๆ นั่นคือ การใช้วัวเป็นแรงงานในการผลิต วัวเป็นสัตว์เลี้ยงที่ชาวบ้านปางหมูใช้แรงงาน และมีประโยชน์ในการขนผลผลิตออกจากแปลงนา ซึ่งถือว่าเป็นประโยชน์ในการประกอบอาชีพเกษตรกรรมอยู่แล้ว การนำวัวมาช่วยผลิตน้ำมันงาจึงเป็นการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่มาใช้ได้อย่างเหมาะสม การบดน้ำมันงาโดยครกไม้นี้ ตามภาษาท้องถิ่น เรียกว่า "การอีดน้ำมันงา" มีขั้นตอนในการผลิตคร่าวๆ ดังนี้
ขั้นตอนการอีด น้ำมันงาใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง จะได้น้ำมันงาประมาณ 6 ขวดเหล้าแม่โขง ต่อ 1 ครก
ประโยชน์ของน้ำมันงา
สารอาหาร
   งา เป็นธัญพืชที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูงมา มีกรดไขมันหลายชนิด เช่น OLEIC ACID, LINOLEIC ACID ซึ่งเป็นกรดไขมันไม่อิ่มตัว ช่วยควบคุมคอลเรสเตอรอลไม่ให้สูงเกินไป ป้องกันโรคหัวใจและโรคหลอดเลือดบางชนิดได้ วิตามิน บี1 บี2 บี 5และบี6 ช่วยบำรุงประสาท และป้องกันโรคเหน็บชา นอกจากนี้ยังมีธาตุเหล็ก ที่ช่วยบำรุงเลือด แคลเซียม บำรุงกระดูก ไอโอดีน ป้องกันโรคคอหอยพอกและสังกะสี ช่วยบำรุงผิวพรรณ.......
ประโยชน์ทางยา
   แพทย์แผนโบราณของจีนจัดน้ำมันงานเป็นยารสหวาน ฤทธิ์ปานกลาง บำรุงกำลัง ช่วยในการระบาย แก้ท้องผูก รักษาแผลในกระเพาะอาหาร ช่วยถอนพิษ ขับพยาธิตัวกลม
   หมอพื้นบ้านในชุมชนไทยใหญ่ และชุมชนพม่า จะใช้น้ำมันงาทารักษาโรคปวดข้อ เคล็ดขัดยอก ข้อบวม และข้อเท้าแพลง
   นอกจากนี้ยังสามารถใช้บำรุงผิวพรรณ โดยป้องกันผิวแห้งหยาบ หรือผิวหนังแตกเป็นรอย ใช้ชะโลมผม ทำให้ผมดกดำ ไม่แตกปลาย ตลอดจนผสมน้ำปูนใส ทาบรรเทาอาการปวดแสบจากน้ำร้อนลวก

   ท่านสามารถเข้าไปเยี่ยมชมการผลิตน้ำมันโดยวิธีธรรมชาติ และอุดหนุนผลิตภัณฑ์ของชาวบ้าน โดยติดต่อคุณสุดาณี คำดี หรือครูตาล บ้านปางหมู หมู่ 1 ต.ปางหมู อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน 58000 โทร. 053-612534 ซึ่งโดยเฉพาะช่วงเดือนนี้(กค.)จนถึงหมดหน้าหนาว จะมีการอีดน้ำมันงาทุกวัน

บทสัมภาษณ์ของคุณสุดาณี ในนิตยสาร "กรีนเนท ฉบับเดือน ตุลาคม 2543 "
  ............"ที่ยังคงอีดงาแบบนี้ไว้ นอกจากจะสืบทอดวีถีบรรพบุรุษแล้ว ยังเป็นการลงทุนที่ชาวบ้านสามารถทำได้เอง ใช้วัวที่เลี้ยงอยู่นี่แหละ และเน้นความเป็นธรรมชาติจริงๆ ตั้งแต่การปลูกงา ตลอดไปจนถึงการผลิต ถ้าเป็นการสกัดตามโรงงาน บางแห่งใช้ด่าง ใช้สารกันหืน หรือใส่สารฟอกสี เราไม่ใช้สารปรุงแต่ง เพื่อให้เมล็ดงาเล็กๆ นี้คงคุณประโยชน์ที่มีอยู่มากมายไว้ แม้แต่เรื่องการเลือกงา งาขาวได้รับความนิยมนำมาผลิตเป็นน้ำมัน เพราะมีกลิ่นหอม รสชาดดี เหมาะกับการปรุงอาหาร ส่วนงาดำนั้นใช้ทำยา มีรสออกขมนิดๆ แต่พบว่างาดำมีคุณค่าทางอาหารสูงกว่า เราก็เลยใช้งาดำเป็นวัตถุดิบหลักในการผลิต อีกอย่างคือสภาพหมู่บ้านเหมาะกับการปลูกงาดำมากกว่า ตรงนี้ก็ต้องให้สอดคล้องกับท้องถิ่นของเราด้วย..."

ขอขอบคุณ : คุณสุดาณี คำดี (ครูตาล) ผู้นำ "กลุ่มเกษตรกรปลูกถั่วเหลืองและงาปลอดสารเคมี" ผู้เอื้อเฟื้อภาพ และข้อมูล

07/26/2001  Copyright © 2000-2002 webmaster@maehongsontravel.com